บ้าน ‘ชิงชิง คริษฐา’ หลังเลิกพระเอกดัง ขึ้นเป็นนางเอกทันที


หลังเลิกพระเอกดัง ขึ้นเป็นนางเอกทันที
เปิดบ้าน ‘ชิงชิง คริษฐา’ งานละครรุม เป็นลูกรักเบอร์ 1 ช่อง

ออกมาอัปเดตหัวใจอีกครั้ง หลังมีข่าวเลิกราของนางเอกสาว ชิงชิง คริษฐา กับนักแสดงหนุ่ม นัท อติรุจ

โดยล่าสุดชิงชิงได้เปิดใจ ว่า “ตอนนี้โสดแล้ว สถานะกับพี่นัทก็ลดสถานะเป็นพี่น้องกันมาสักพักนึงแล้ว คือเราก็คุยๆ กัน มานั่งตัดสินใจร่วมกัน

คือพอลองเปลี่ยนสถานะแล้วมันก็เหมือนเกิดความคาดหวังเกิดขึ้น แล้วสไตล์เรามันค่อนข้างต่างกันนิดนึง เรากลับมาเป็นพี่น้องกันมั้ย ก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ต้องลดสถานะเพราะความคาดหวัง คือจากตอนแรกที่เป็นพี่น้องกันมันจะยังไม่ได้มีความคาดหวังกันมากขนาดนี้

แต่พอลองเลื่อนพัฒนาขึ้นมาก็เลยรู้สึกว่ามันยังไม่โอเค ก็เลยกลับไปเป็นเหมือนเดิมดีกว่า ทุกวันนี้ก็ยังโทรคุยปรึกษากันอยู่ ยังสามารถร่วมงานกันได้

แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเราขึ้นแท่นเป็นนางเอกแล้วต้องโสด ส่วนตัวมองว่ามันไม่เกี่ยวที่เราเป็นนางเอกแล้วเราจะต้องโสด

หนูว่าเดี๋ยวนี้เขาเปิดใจกันแล้ว ไม่ได้ว่าเป็นนางเอกแล้วต้องโสด หลังโสดก็ไม่มีหนุ่มๆ มาจีบ เพราะเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าหนูโสด”

อีกหนึ่งนักแสดงสาวมากความสามารถ ที่แฟนละครเห็นผลงานอย่างต่อเนื่องทางช่อง 7 สำหรับสาวหน้าใส ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส

“ชิงชิงเริ่มเข้าวงการแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่ช่างฝันธรรมดาคนหนึ่งเลยค่ะ วันหนึ่งก็ได้เห็นข่าวการรับสมัครการประกวด เรย์ไอดอล 2014

ก็เข้าประกวดและได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปแคสติ้งที่บริษัทสามเศียร และได้แสดงละครพื้นบ้านค่ะ เรื่องแรกคือแก้วหน้าม้า

และต่อมากับเรื่องสี่ยอดกุมาร เทwสามฤดู หลังจากแสดงละครพื้นบ้านไปทางผู้ใหญ่ช่อง 7 เห็นผลงานเราเลยเรียกเข้ามาแคสแล้วก็เซ็นสัญญา

และก็ได้มีโอกาสเล่นละครต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันค่ะ ตอนนั้นการแสดงคือยากมากค่ะ ยังจำภาพวันนั้นได้ดี มาวันแรกก็โดนให้ลงน้ำแล้วก็มีซีนร้oงไห้

ตอนนั้นเราทำไม่ได้ เราใหม่มากกับคำว่าการแสดง แล้วยังมาเจอบทร้องไห้อีกมันเหมือนโจทย์ที่หินมากสำหรับเรา แต่ดีที่วันนั้นพี่ ๆ นักแสดง

ทุกคนในกอง ทั้งผู้กำกับ ทีมงานช่วยกันบรีฟจนทำให้วันนั้นผ่านไปได้ด้วยดี เรียกว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็นภาพจำจนวันนี้ เป็นภาพจำที่ทำให้เราเรียนรู้ฉากการร้องไห้เลยก็ว่าได้ค่ะ

ตอนนี้ชิงอยู่วงการบันเทิงมาประมาณ 7-8 ปี แล้ว มีผลงานละครถ้านับรวมทั้งละครพื้นบ้าน ละครต่าง ๆ ก็น่าจะมากกว่า 15 เรื่องแล้วค่ะ

แต่ความรู้สึกมันเร็วมากนะคะกับงานตรงนี้ คือเราทำงานทุกวันชีวิตส่วนใหญ่เราอยู่แต่กับกองถ่าย เดินทางไปตามโลเคชั่นต่าง ๆ มันเลยทำให้ทุกอย่างผ่านไปเร็ว

เพราะเวลาทำงานเราก็ลืมมองนาฬิกาอยู่แล้ว เพราะเราต้องใช้สมาธิ มันเลยทำให้แต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีผ่านไปเร็วมาก แต่งานแสดงเป็นงานที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X