ชีวิตหลังจอ ‘พลอย พลอยไพลิน’ น้องนางเอกดัง


เหมือน ‘ลิซ่า แบล็คพิ้ง’ มากกว่าพี่สาวนางเอกดัง ชีวิตหลังจอ ‘พลอย พลอยไพลิน’ อดีตนางเอก ‘มาริโอ้’ ไม่ติดหรูแม้เป็นทายาทเศรษฐี

เป็นสาวน้อยที่เรียกว่าน่ารักและมากความสามารถมาๆ เลยทีเดียว สำหรับ พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร น้องสาวคนเก่งของนางเอกชื่อดังสังกัดช่อง 7

อย่าง พิม พิมประภา ตั้งประภาพร พลอย พลอยไพลิน เธอคนนี้บอกเลยว่าทั้งสวยทั้งความคิดดี เป็นคนที่ตั้งใจเรียนมากๆ เพราะเธอเรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอีกด้วย

และที่สำคัญเธอยังมีใบหน้าละม้ายคล้าย ลิซ่า BLACKPINK อีกต่างหาก พลอย มีชื่อจริงว่า พลอยไพลิน ตั้งประภาพร เกิดเเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2540

ภูมิลำเนา เป็นคนกรุงเทพมหานคร พี่สาวคือ พิม พิมประภา ตั้งประภาพร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

บอกเลยว่าเธฮคนนี้เรื่องเรียนไม่ธรรมดานะ ถึงพลอยเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งเลย แต่พอได้เข้าไปอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยพลอยก็ตั้งเป้ากับตัวเองว่า อยากจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจสักครั้ง

นับตั้งแต่นั้นมาพลอยก็เลยตั้งใจเรียนมาตลอด จนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง นอกจากนั้นพลอยยังเคยทำโปรเจกต์ 37 วัน 8 ประเทศมาแล้วด้วยนะ

ส่วนใบหน้าของเธอหลายๆ คนก็บอกว่าเธอมีใบหน้าที่คล้ายกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ลิซ่า BLACKPINK และ นานะ โคมัตสึ อีกด้วย

เด็กวัยรุ่นคนนี้ที่เคยเจ็บปวดกับการถูกเรียกว่าเป็น ‘เป็ด’ ได้เปลี่ยนไปอย่างไรจากการเดินทางครั้งนี้บ้าง? มาอ่านไปพร้อมๆ กับบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้

ก่อนหน้านี้เคยเดินทางคนเดียวมาก่อนไหม ไม่เคยเลยนี่เป็นครั้งแรก ในขณะมีหลายคนที่เรียนจบก็จะรีบสมัครงาน ส่งเรซูเม่ไปเยอะๆ

เพื่อให้อุ่นใจว่าเรียนจบแล้วมีงานทำแน่ๆ อยากรู้ว่าตอนนั้นพลอยทำอะไรบ้าง ตอนนั้นเราแสดงละครไปด้วย เลยไม่ได้คิดว่าต้องส่งเรซูเม่เหมือนเพื่อนๆ

แต่จุดที่เราต้องออกเดินทางแล้ว มันคือจุดที่เราไม่มีงานจริงๆ ตอนแรกคิดว่าจะไปกับเพื่อน แต่เพื่อนก็คงไม่มีเวลาเตรียมตัวให้ทันเพราะเวลาเดินทางมันก็ใกล้เข้ามาแล้ว

แล้วบวกกับการที่เพื่อนมาบอกเราว่า ลองไปเดินทางคนเดียวดูแล้วรู้จักตัวเองมากขึ้นก็ได้นะ ตอนแรกส่งไลน์ไปบอกพ่อก่อน ไม่ได้บอกตรงๆ คือบอกว่าจะไปรัสเซียเดือนนึงนะ

ไม่กล้าบอกด้วยว่าจะไปทางรถไฟ แต่บอกไปแล้วก็ไม่มีสัญญาณตอบกลับมา เขาน่าจะคิดว่าพลอยมาบอกอะไรอีกแล้ว เพราะพลอยชอบบอกว่าอยากไปเที่ยวที่นู่นที่นี่บ่อยๆ คงไม่ได้ซีเรียสอะไร

พอทุกคนไม่ได้สนใจเรา แล้วเราก็ต้องการคำประมาณว่า โอเคพลอยไปได้นะ เพื่อให้เรามั่นใจหน่อย เราก็เลยไปคุยกับพ่อต่อหน้าอีกทีนึง ซึ่งพ่อก็เงียบ

เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ค่อยสนับสนุนเรื่องไปเที่ยวแบบนี้เท่าไหร่ เพราะคิดว่ามันสิ้นเปลืองเงิน คือเมื่อก่อนเขาห้ามนะ แต่ห้ามไม่ได้ เพราะเราเป็นคนค่อนข้างดื้อ

พ่อถามว่าจะไปทำไมคนเดียว เราก็เลยตอบว่า ไม่รู้ว่าพอทำงานแล้วจะมีเวลาแบบนี้อีกรึเปล่า และตอนนี้มันก็เป็นช่วงเวลาที่พลอยกำลังสับสนจริงๆ

ซึ่งการเดินทางครั้งนี้น่าจะตอบอะไรเราได้บางอย่าง มันน่าจะเป็นของขวัญที่เราให้ตัวเราเองสำหรับการเรียนจบด้วย พ่อก็เงียบๆ แล้วก็บอกว่าลองดู

หมายความว่าก็อนุญาตให้ไปได้ ใช่ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ตอนก่อนจะเดินทางเราก็สงสัยพ่อเราเหมือนกัน ว่าทำไมพ่อถึงให้เราไปได้ง่ายขนาดนี้


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X